“Requiem for Pramahadhamracha Bhumibol พระผู้มาโปรด”

บทเพลงที่อุทิศถวายแด่ พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ด้วยความรักและอาลัยอย่างยิ่ง

Music Team

คำร้อง/ ทำนอง
พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
เรียบเรียงดนตรี บท "กราบพระบาท"
พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
เรียบเรียงดนตรี บท "พระโพธิสัตว์ทรงจุติ"
พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
เรียบเรียงดนตรีไทย บท "พระโพธิสัตว์ทรงจุติ"
ชัยภัค ภัทรจินดา, สมนึก แสงอรุณ, ประสาร วงศ์วิโรจน์, อานันท์ นาคคง
เรียบเรียงดนตรี บท "ปราชญ์แห่งดินและน้ำ"
พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, ธานินทร์ วิเศษธนากร
เรียบเรียงดนตรี บท "ถวายบังคมลา"
พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, อภิสิทธิ์ วงศ์โชติ
ควบคุมการผลิต
พงศ์พรหม สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, สันต์ชัย กุศลพิศาลสุทธ์, ปธัย วิจิตรเวชการ, ชัยภัค ภัทรจินดา, สมนึก แสงอรุณ, อานันท์ นาคคง, ประสาร วงศ์วิโรจน์

กราบพระบาท

ตะวันดับแล้ว.. ฟ้าคลุมด้วยหมอกหมองหม่น ดวงใจผองชน มืดลงเหมือนเทียนหมดไฟ ราชันย์แห่งปวงราชา ผู้พามวลชนปลดความทุกข์ทนไปสู่ความหวังใหม่ ทรงลาจากเราไปไกล ไม่ทรงคืนมาเสด็จยังพลับพลาไปสู่สวรรค์ ทั้งแดนดินซบเซาเศร้าตรม แสนอาลัยเจียนใจจะขาด น้อมประณมแทบเบื้องพระบาท มหาธรรมราชาภูมิพลฯ อีกแสนนานตราบแต่นี้โลกจะจดจำ แลกล่าวขานพระนามนานสืบไป กษัตราผู้ทรงพลิกฟื้นแผ่นดินที่ตายที่แตกแห้งแล้งกลับกลายให้คืนมาสู่ชีวิต นี่คือเรื่องราว พระผู้มาโปรด...

พระโพธิสัตว์ทรงจุติ

ห้าธันวาสิบสองค่ำเดือนอ้ายวันจันทร์ พันสองร้อยแปดสิบเก้าจุลศักราช์ กรกฏาลัคนาพราว มหา..จักรา จันทร์ครองลัคนาเด่นสกาว จักทรงเป็นราชาเป็นที่รักและเรืองเดช เลื่องลือไกลปัญจมหาบุรุษราชา อังคารณพิจิกกัมมาณปุตตะ จะทรงงานวิริยาเพื่อปวงชน สถิตตุลย์ศุกร์เรืองรองเด่นบนฟ้าเป็นเกษตร จักชำนาญศาสตร์และศิลปะนานา ศุภะพฤหัสปราดเปรื่องด้วยปัญญา จะทรงสิทธิ์พุทธะโพธิญาณ โอ้ฟ้าเมตตา ประทานดวงตะวันฉาน คือองค์พระผู้ทรงธรรม์ มหาธรรมราชาภูมิพลฯ.. มหาธรรมราชาภูมิพลฯ..

ปราชญ์แห่งดินและน้ำ

ทรงตรัสไว้เราจะครองครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์แห่งมหาชนสยาม เสียงร้องครั้งนั้นว่าอย่าลืมประชาคาม ทรงย้ำจะไม่ทิ้งไม่มีวัน คือความจำนงค์ตั้งแต่ทรงครองบัลลังค์ ทรงเดินทางไปทั่วทุกเขตขัณฑ์ อ่างเขาเต่าถนนห้วยมงคลชลประทาน คือจุดเริ่มทรงงานพัฒนา เดินทางไปดูประจักษ์นัยน์ตาตน ที่ยากจนเดือดร้อนกันหนักหนา ผู้ก่อการร้ายก็ทรงเห็นเป็นประชา เมตตาแก้ความหิวให้ทั่วกัน ที่แห้งแล้งทรงนำน้ำไปสู่แดนกันดาร ประทานฝนและความคิดให้สร้างสรรค์ ปลูกต้นไม้ ในใจคนเพื่อผู้คนอีกหมื่นพัน ดูแลป่าเหล่านั้นให้อุดม


ธ คือพระผู้มาโปรด มหาราชาผองไทย แผ่นดินล้วนร่มเย็น พระบารมีแผ่ไป ป่าสามอย่างและคุณประโยชน์มีอีกสี่อย่าง ใช้กินบ้างก็ขายให้เหมาะสม รักษ์ดินและน้ำต้องคู่กันอย่างเกลียวกลม ค้ำจุนเป็นปฐมให้พึ่งพา ไทยเอยชาวไทยเกษตรคือแกนพลัง อย่ามัวฝากความหวังแค่การค้า ข้าวปลาคือความจริงที่หล่อเลี้ยงปวงชีวา ยั่งยืนดังภูผาถ้าพอเพียง เสาสามต้นที่ค้ำความมั่นคงในคนไทย ทุกคนสุขสบายไม่โต้เถียง คือพออยู่พอกินและพอใช้อย่างพอเพียง ไม่ยากจนพอเลี้ยงในเรือนตน บนภูสูงสุดแนวเขาอันห่างไกลวังราชา ทรงฝ่าบุกลุยไปในไพรสณฑ์ เปลี่ยนฝิ่นร้ายจากภูเขาที่มอมเมาประชาชน ให้กลายเป็นพืชผลอันภูมิใจ


ธ คือพระผู้มาโปรด มหาราชาผองไทย แผ่นดินล้วนร่มเย็น พระบารมีแผ่ไป ข้าราชการจงทำงานโดยไม่หวังคำชมเชย ใช้ปัญญาปัญหาจะหมดไป ท่านสอนราโชบายว่าขาดทุนคือกำไร เดิมพันทุ่มเทไปคือบ้านเมือง ความหิวทางกายทรงประทานโครงการมา กว่าสี่พันศึกษาจนรุ่งเรือง ความหิวทางใจทรงบทเพลงกล่อมชาวเมือง ปราดเปรื่องได้ความคิดได้ความสุข


ธ คือพระผู้มาโปรด มหาราชาผองไทย แผ่นดินล้วนร่มเย็น พระบารมีแผ่ไป

ถวายบังคมลา

เจ็ดสิบปีทรงรักทรงทุ่มเท ทั้งกายใจล้วนเพื่อไทย จงสืบสานปณิธานทรงมอบไว้ น้อมนำอยู่เหนือชีวี ตะวันดับแล้ว.. ฟ้าคลุมด้วยหมอกหมองหม่น ดวงใจผองชน มืดลงเหมือนเทียนหมดไฟ ราชันย์แห่งปวงราชา ผู้พามวลชนปลดความทุกข์ทนไปสู่ความหวังใหม่ ทรงลาจากเราไปไกล ไม่ทรงคืนมาเสด็จยังพลับพลาไปสู่สวรรค์ ทั้งแดนดินซบเซาเศร้าตรม แสนอาลัยเจียนใจจะขาด น้อมประณมแทบเบื้องพระบาท มหาธรรมราชาภูมิพลฯ